วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

StarDict ภาค 2

     การใช้งานก็เหมือนโปรแกรมพจนานุกรมทั่วไป คือ มีช่องสำหรับกรอกคำที่ต้องการแปล เมื่อกรอกคำที่ต้องแปลไปแล้วก็จะแสดงผลทันที



 แปลอังกฤษ - ไทย



แปลไทย - ไทย
       
         นอกจากจะแปลคำศัพท์ได้แล้วโปรแกรมยังมีความสามารถเหมือน Talking Dict คืออ่านออกเสียงคำที่แปลได้ด้วย เมื่อต้องการให้โปรแกรมอ่านคำๆ นั้นให้คลิกที่ปุ่มรูปฟันเฟือง โปรแกรมก็จะอ่านคำนั้นออกเป็นเสียงออกมา


        มาถึงจุดเด่นของเจ้าโปรแกรม StarDict กันบ้าง อย่างที่บอกไปตอนแรกแล้วว่ามันสามารถแปลคำที่เป็นภาษา ที่อยู่บนหน้าจอของเราได้เพียงแ่ค่นำเมาส์ไปวางไว้เหนือคำๆ นั้น





        ตัวอย่างที่ผมเอามาประกอบ คือ ผมเข้าเว็บไซต์ของ CNN ขณะที่เปิดโปรแกรม StarDict จากนั้นก็เอาเมาส์ไปวางบนคำในหน้าข่าว โปรแกรมก็จะแสดงคำแปลของคำที่เมาส์ไปชี้อยู่ ณ ตอนนั้น(เจ๋งป่าว) ไม่ต้องเสียเวลามานั่งแปลทีละคำ สะดวกดีมั้ยละครับ

        แต่ความสะดวกอาจเปลี่ยนเป็นความรำคาญได้เหมือนกันน่ะ ผมเองก็ยอมรับว่าบางทีเมื่อไม่ต้องการให้มันแปลแล้วก็รำคาญ
กับ คำที่มันเอามาแสดงเหมือนกัน วิธีแก้ที่ง่ายๆ ที่สุดก็คือปิดโปรแกรม แต่ถ้าหากเรายังมีความจำเป็นต้องใช้อีก เราอาจปิดแค่ฟังก์ชันการแสกนหน้าจอได้โดย คลิกขวาที่ไอคอนของ StarDict ที่อยู่ที่ System Tray แล้วเลือกเอา Scan ออก



         นอกจากที่กล่าวมาแล้วเจ้าโปรแกรม StarDict ยังมีความสามารถแปล Full-Text Translation อีกด้วยซึ่งอยู่ที่เมนูรูปสมุด ก็ลองไปศึกษาวิธีใช้เพิ่มเติมได้จากตัวโปรแกรมน่ะครับ
ถึงแม้ว่าโปรแกรม StarDict จะไม่ใช่ของคนไทยแต่ฐานข้อมูลคำศัพท์ของ Lexitron ก็พัฒนาโดยคนไทย ต้องขอขอบคุณทีมพัฒนา Lexitron ทุกท่านที่ได้พัฒนาโปรแกรมพจนานุกรมดี ๆ ให้คนไทยได้ใช้กัน

StarDict ภาค 1

StarDict คืออะไร

StarDict คือโปรแกรมพจนานุกรมซึ่งสามารถรันได้ในหลายๆ แพลตฟอร์ม ถูกเขียนขึ้นด้วย GTK มีระบบการค้นหาคำที่มีประสิทธิภาพ
การจะใช้งาน Stardict นั้นจะต้องมีสองส่วนด้วยกันคือ
โปรแกรม StarDict และ Dictionary file

ดาวน์โหลดโปรแกรม StarDict

โปรแกรม StarDict สามารถดาวโหลดได้ที่เว็บไฟซต์ของ StarDict เองมีหลายแพลตฟอร์มดังนี้:
  • Main Program: ศำหรับเรียกใช้งานสภาพแวดล้อมแบบกราฟฟิกมีทั้งแบบไฟล์ Linux rpm, Mac OS X edition, Linux deb สำหรับ linux และ stardict-3.0.2.exe สำหรับ window
  • Command line: สำหรับเรียกใช้ในคอนโซล sudo apt-get install stardict
  •  
มาดูหน้าตาของโปรแกรม StarDict กัน




        หน้าตาของโปรแกรมก็ดูเรียบง่ายดีครับ ซึ่งตอนนี้มันยังแปล อังกฤษ - ไทย , ไทย - อังกฤษ ไม่ได้ เราต้องทำการดาวน์โหลดฐานข้อมูลภาษาไทยของ Lexitron มาติดตั้งก่อน  ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากลิงค์ด้านล่าง

 

ไฟล์ ดิกชันนารี

ไฟล์ดิกชันนารีเป็นไฟล์ที่ StarDict จะโหลดขึ้นหน่วยความจำขณะที่ทำการค้นคำศัพท์ ที่เว็บไซต์ของ StarDict เองมีดิกชันนารีให้เลือกมากมาย ผู้ใช้งาน StarDict สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://stardict.sourceforge.net/Dictionaries.php

 

ไฟล์ ดิกชันนารี Lexitron ภาษาไทย

สำหรับไฟล์ดิชันนารีภาษาไทยทางผู้จัดทำเว็บไซต์นี้ได้สร้างขึ้นโดยใช้ Lexitron Dictonary ซึ่งพัฒนาโดยทีมงานวิจัยของเนคเทคเป็นฐานในการสร้างไฟล์ดิกชันนารี StarDict ได้ทำการแปลงไฟล์ในรูปแบบ XML ของ Lexitron ให้อยู่ในรไฟล์รูปแบบของ StarDict เพื่อใช้งานกับโปรแกรม StarDict ได้ มีสองชนิด

 

การติดตั้ง ไฟล์ดิกชันนารี Lexitron ภาษาไทย

Linux ขยายไฟล์ dictionary.tar.gz ไว้ที่ "/usr/share/stardict/dic"

Windows ขยายไฟล์ dictionary.tar.gz ไว้ที่ "C:\Program Files\StarDict\dic"

หากเปิดโปรแกรมอยู่ให้ปิดโปรแกรม แล้วเปิดโปรแกรมขึ้นมาใหม่
       ตอนนี้โปรแกรมสามารถที่จะแปลภาษาอังกฤษต่างๆ ที่อยู่บนหน้าจอของเราได้ เพียงแค่เอาเมาส์ไปชี้ที่คำที่ต้องการ แต่การแสดงผลอาจจะดูยากเพราะภาษาไทยจะไปอยู่ด้านล่างของหน้าต่างแสดงผลการ แปล ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดค่าของโปรแกรมอีกนิดหน่อย ทำได้โดย
คลิกที่ปุ่ม Manage dictionaries



จะเห็นหน้าต่างการจัดการดิกชันนารี คลิกเลือกที่แท็บ Manage Dict  




           ในส่วนของ Query และ Scan Dict คลิกเลือกให้เหลือเฉพาะ English-Thai Lexitron Dictionary 2.0 และ Thai-English Lexitron Dictionary 2.0

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เริ่มต้นทำความรู้จัก joomla

joomla เป็น CMS ตัวหนึ่ง ก่อนจะมาทำความรู้จัก joomla มารู้จักก่อนว่า CMS คืออะไร
ความหมายของ Content Management System (CMS)
ระบบการจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์(Content Management System : CMS) คือ ระบบที่พัฒนา คิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยลดทรัพยากรในการพัฒนา(Development) และบริหาร(Management)เว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกำลังคน ระยะเวลา และเงินทอง ที่ใช้ในการสร้างและควบคุมดูแลไซต์ โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะนำเอา ภาษาสคริปต์(Script languages) ต่างๆมาใช้ เพื่อให้วิธีการทำงานเป็นแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น PHP, Perl, ASP, Python หรือภาษาอื่นๆ(แล้วแต่ความถนัดของผู้พัฒนา) ซึ่งมักต้องใช้ควบคู่กันกับโปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์(เช่น Apache) และดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์(เช่น MySQL)

ลักษณะเด่นของ CMS ก็คือ มีส่วนของ Administration panel(เมนูผู้ควบคุมระบบ) ที่ใช้ในการบริหารจัดการส่วนการทำงานต่างๆในเว็บไซต์ ทำให้สามารถบริหารจัดการเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว และเน้นที่การ จัดการระบบผ่านเว็บ(Web interface) ในลักษณะรูปแบบของ ระบบเว็บท่า(Portal Systems) โดย ตัวอย่างของฟังก์ชันการทำงาน ได้แก่ การนำเสนอบทความ(Articles), เว็บไดเรคทอรี(Web directory), เผยแพร่ข่าวสารต่างๆ(News), หัวข้อข่าว(Headline), รายงานสภาพดินฟ้าอากาศ(Weather), ข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจ(Informations), ถาม/ตอบปัญหา(FAQs), ห้องสนทนา(Chat), กระดานข่าว(Forums), การจัดการไฟล์ในส่วนดาวน์โหลด(Downloads), แบบสอบถาม(Polls), ข้อมูลสถิติต่างๆ(Statistics) และส่วนอื่นๆอีกมากมาย ที่สามารถเพิ่มเติม ดัดแปลง แก้ไขแล้วประยุกต์นำมาใช้งานให้เหมาะสมตามแต่รูปแบบและประเภทของเว็บไซต์ นั้นๆ



Joomla คืออะไร?
Joomla คือระบบที่ช่วยในการจัดการเนื้อหา(Content Management System: CMS) บนเว็บไซต์ เพื่อช่วยในการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน และความยุ่งยากในการบริหารจัดการเว็บไซต์ โดยที่ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม หรือออกแบบเว็บไซต์ ก็สามารถจัดทำเว็บไซต์ด้วยตัวเองได้

ก่อนจะมาเป็นจุมล่าในปัจจุบัน
Mambo หรือชื่อเดิม Mambo Open Source (MOS) เป็นระบบจัดการเนื้อหาเว็บ (Content Management System) แบบโอเพนซอร์สที่มีผู้ใช้จำนวนมาก Mambo เคยชนะการประกวดซอฟต์แวร์ของนิตยสาร Linux Format ในปี 2004 และ LinuxWorld เมื่อปี 2005
Mambo เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถมากมาย เช่น ปฏิทิน, RSS, เว็บบล็อก ปัจจุบันมีกลุ่มนักพัฒนาจำนวนมากสร้างโปรแกรมเสริมให้กับ Mambo การติดตั้ง Mambo จำเป็นต้องใช้ Apache HTTP Server, MySQL และ PHP เดิม Mambo พัฒนาโดยบริษัท Miro Corporation ประเทศออสเตรเลีย แต่ภายหลัง Miro ได้ตั้ง Mambo Foundation ขึ้นมารับหน้าที่แทน ใช้สัญญาอนุญาตการใช้งานแบบ GPL หลังจากการเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนามาอยู่ใต้ Mambo Foundation นักพัฒนาเดิมส่วนหนึ่งได้แยกไปตั้งโครงการใหม่ชื่อว่า Joomla   จูมลา! (Joomla!) เป็นระบบจัดการเนื้อหาเว็บแบบโอเพนซอร์ส ที่เขียนด้วยภาษาพีเอชพีและใช้ฐานข้อมูล MySQL เวอร์ชัน 1.0 ออกเมื่อวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2005  ทีมงาน พัฒนาจูมล่า! แยกตัวออกมาจากการพัฒนา Mambo ซึ่งเป็นระบบจัดการเนื้อหาเว็บที่ได้รับความนิยมอีกตัวหนึ่ง เนื่องจากมีความคิดเห็นไม่ตรงกับบริษัท Miro Corporation ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักและเจ้าของเครื่องหมายการค้า Mambo เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2005

Joomla นั้นถูกออกแบบเวอร์ชั่น มาอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ
Joomla 1.0.xxx เป็นเวอร์ชั่นที่ถูกพัฒนาต่อมาจาก Mambo 4.5.x โดยแยกตัวออกมาทำเป็นเวอร์ชั่นของ Joomla โดยรูปแบบการใช้งานยังคล้ายคลึงกับ Mambo 4.5.x อยู่
Joomla 1.5.xxx เป็นเวอร์ชั่นที่ถูกพัฒนาแตกต่าง ออกไปจาก Joomla เวอร์ชั่น 1.0.xxx อย่างสิ้งเชิงทั้งเมนูการใช้งานรวมถึงขั้นตอนการติดตั้ง และโครงสร้างการทำงาน จากการทดสอบ ในการโหลดหน้าเว็บไซต์ Joomla 1.5.xxx สามารถทำงานได้เร็วกว่า Joomla 1.0.xxx

Jooma เหมาะกับเว็บไซต์แบบไหนบ้าง?

ว่าไปแล้ว Joomla นั้นเราสามารถนำมาประยุกต์ทำเว็บไซต์ได้ทุกรูปแบบ ตัวอย่างเช่น
* Corporate Web sites or portals
* Corporate intranets and extranets
* Online magazines, newspapers, and publications
* E-commerce and online reservations
* Government applications
* Small business Web sites
* Non-profit and organizational Web sites
* Community-based portals
* School and church Web sites
* Personal or family homepages

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งาน Joomla!
    Joomla ถูกพัฒนาขึ้นด้วยภาษา PHP และฐานข้อมูล MySQL  การที่จะใช้งานได้นั้นจำเป็นต้องมี web server (เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการเผยแพร่ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต) ซึ่งต้องรองรับการทำงานของ PHP และ MySQL   web server ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ joomla ก็คือ web server ที่ติดตั้งด้วยระบบปฏิบัติการ Unix หรือ Linux นอกจากราคาถูกกว่า web server ที่ติดตั้งด้วยระบบปฏิบัติการ windows server เพราะไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ ปัญหาการใช้งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังมีน้อยกว่า windows server 

ความต้องการของระบบในการติดตั้ง

Software   Recommended   Minimum   More information
PHP                5.2 +             4.3.10         http://www.php.net
MySQL           4.1.x +          3.23            http://www.mysql.com
Apache           2.x +             1.3              http://www.apache.org 

- ไม่ควรใช้ PHP 4.3.9, 4.4.2 หรือ 5.0.4. และ Zend Optimizer 2.5.10 (สำหรับ PHP 4.4.x ยังมีข้อบกพร่องร้ายแรงและคุณควรขอโฮสต์ของคุณเพื่ออัปเกรดเป็นเวอร์ชันใหม่ . Joomla ยังไม่สามารถทำงานร่วมกับ PHP 5.3)
- Joomla ยังไม่สามารถทำงานร่วมกับ MySQL 6.x.
- เพื่อที่จะใช้ SEO URL ที่คุณจะต้องมี Apache mod_rewrite
- Joomla จะเหมาะสำหรับ Apache แต่ยังทำงานบน Microsoft IIS (แต่ไม่สนับสนุนอย่างเป็นทางการ). ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของคุณต่อไปนี้
            PHP 5.2
            MySQL 5.1
            Apache 2.2
            Microsoft URL Rewrite Module – ความต้องการสำหรับ SEO URLs เท่านั้น   
            Joomla 1.6 will require PHP 5.2+ and MySQL 5.0.4+.

   จะเห็นว่าต้องมี web server ที่มีความพร้อมจริง ๆ ในการลงระบบ joomla หากต้องการทำสอบ joomla ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเองสามารถทำได้โดยใช้โปรแกรม web server จำลอง ที่มีความสามารถในการจำลองระบบให้เหมือนกับ web server จริง ๆ โปรแกรม web server มีอยู่หลายตัวให้เลือกใช้การติดตั้งง่าย ๆ เพียงแค่ Next ไม่กี่ขั้นตอนก็เสร็จเรียบร้อย อย่างเช่น
      -  AppServ ดาวน์โหลดฟรี ๆ ได้ที่ http://www.appservnetwork.com/   
      -  XAMPP ดาวน์โหลดฟรี ๆ ได้ที่  http://www.apachefriends.org/ 
เลือก เอาตัวใดตัวหนึ่งครับ แต่ผมจะแนะนำคือ XAMPP ความต่างก็คือมีระบบจำลองการทำงานของ FTP Server และ Mail Server มาให้ด้วยทำให้การใช้งานเหมือน server จริง ๆ มาขึ้น

ที่มา : pakyaudio

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552

news show pro ไม่ resize

   พอดีใช้ได้เอา module news show pro GK3 มาใช้ใน web เจอปัญหาคือ ภาพที่เอาลงไปในบทความดันใหญ่มาก พอแสดงที่หน้าแรกมันดันไม่ resize แสดงที่หน้าแรกใหญ่มาก ไป set ที่ module news show pro แบบนี้
News image height = 80
News image width = 80
News image margin = 3px

       แต่หน้า web ทำไมไม่แสดงผลให้ตรงกับที่ set หละแก้ไปแก้มาตั้งนาน ผลปรากฏว่าต้องใส่ px ตามหลังด้วย 555 เส้นผมบังภูเขาจริงๆ เผื่อใครเป็นแบบที่ผมเป็นลง check config ดูนะครับ

News image height = 80px
News image width = 80px
News image margin = 3px

จัดข่าวหน้าแรก Joomla ให้สวยงาม

เพื่อนๆหลายคนที่ใช้ Joomla เชื่อว่าคงเจอปัญหาในการจัดข่าวหน้าแรกเพราะรูปแบบการจัดข่าวของ Joomla เดิมๆนั้นปรับอะไรไม่ค่อยได้ แถมยังไม่สวยเข้ารูปเข้ารอยอีก วันนี้ผมจะแนะนำ Module ในการจัดข่าวหน้าแรกให้สวยงามกันครับโดยใช้ New Show Pro GK1 ไปดูขั้นตนอการติดตั้งและตั้งค่ากันครับ
ขั้นตอนแรกเลยนะครับให้เพื่อนดาวน์โหลดไฟล์มา และแตกไฟล์ก่อนเพื่อนๆจะเจอไฟล์ mod_news_pro_gk1.zip ให้เพื่อนทำการติดตั้งไฟล์นี้ก่อนนะครับ เมื่อติดตั้งแล้วให้ไปที่ Extensions >> Module Manager และคลิกที่ไฟล์ News Pro GK1 เพื่อเข้าไปตั้งค่า

News Pro GK1

เมื่อเข้ามาแล้วเรามาดูรายละเอียดการตั้งค่าต่างๆกันครับ
  • Module Class Suffix: ค่าเสริมท้ายคลาสของโมดูลไว้สำหรับเปลี่ยนสีโมดูลเป็นต้น
  • Module unique ID: หมายเลข ID ของโมดูลในกรณีที่มี 2 โมดูลใน 1 หน้าเลขห้ามเหมือนกัน
  • Main block width: กำหนดขนาดความกว้างของ ตัวแสดงข่าวหลัก
  • Links block width:กำหนดความกว้างของตัวแสดงแบบลิงค์(ในแบบนี้จะไม่แสดงรูปภาพ)
  • Table cell padding: ใส่ระยะห่างระหว่างขอบถึงข้อความ
  • Section: เลือกหมวดหมู่ Section ที่ต้องการให้แสดงในโมดูล
  • Category: เลือกหมวดหมู่ Category ที่ต้องการให้แสดงในโมดูล
  • Sections: เลือก Sections ที่ต้องการให้แสดงในกรณีแสดงมากกว่า 1 ให้ใส่ ID ของ Section นั้นแต่คั่นด้วย “,”
  • Categories: เลือก Category ที่ต้องการให้แสดงในกรณีแสดงมากกว่า 1 ให้ใส่ ID ของ Section นั้นแต่คั่นด้วย “,”
  • IDs: เลือก บทความที่ต้องการให้แสดงโดยใส่เป็น ID กรณีแสดงมากกว่า 1 ให้ใส่ ID ของ Section นั้นแต่คั่นด้วย “,”
  • Module mode : เลือกโหมดการแสดงของโมดูล
  • Amount of articles pages : กำหนดจำนวนบทความที่จะให้แสดงในหน้า
  • Amount of links pages : กำหนดจำนวนลิงค์ที่จะให้แสดงในหน้า
  • Amount of columns : กำหนดจำนวนคอลัมน์ที่จะให้แสดงในหน้า
  • Amount of rows : กำหนดจำนวนแถว
  • Links amount : กำหนดนจำนวนลิงค์ทั้งหมด
  • News sort value: กำหนดการเรียงลำดับของข่าว
  • News sort order : กำหนดการเรียงลำดับของข่าว
  • Showing frontpage articles: กำหนดว่าต้องการให้แสดงในหน้าแรกหรือไม่
  • Show unauthorize links : หากคุณต้องการแสดงบทความทั้งหมดโดยไม่ได้รับข้อมูล เกี่ยวกับผู้ใช้สิทธิ์.
  • Show only frontpage articles: กำหนดว่าให้แสดงในหน้าแรกเท่านั้นใช่หรือไม่
  • Number of first news : เป็นที่ใช้ได้เมื่อคุณต้องการบทความใน tabmods ในกรณีไม่ได้ใช้ให้ตั้งเป็น 0
  • Show list wit links : เปิดใช้งานถ้าคุณต้องการแสดงรายการพร้อมด้วยลิงก์.
  • Select position of listw with links : กำหนดตำแหน่งของลิงค์ ด้านล่าง , ด้านซ้าย , ด้านขวา
  • Readmore : กำหนดคำที่จะใช้อ่านต่อ
  • News header - link : กำหนดให้ หัวเรื่องเป็นลิงค์
  • News image - link : กำหนดให้รูปภาพเป็นลิงค์
  • News text - link: กำหนดให้ข้อความบทความเป็นลิงค์
  • Show news author : แสดงชื่อผู้เขียน
  • Show news categories : แสดงหมวดหมู่
  • Show news date : แสดงวันที่
  • Show 'More in' text : แสดงรายการเพิ่มเติม
  • Date format : กำหนดรูปแบบการแสดงวันที่
  • Author name: กำหนดรูปแบบชื่อผู้เขียน
  • News content - header position ถึง News content - readmore position : เป็นตัวกำหนดรูปแบบการแสดงผลต่างๆไม่ว่าจะชื่อหัวเรื่องรูปภาพ ข้อความ ว่าจะให้แสดงอยู่ในตำแหน่งไหน
  • News content - header order ถึง News content - info order : เป็นตัวกำหนด จัดระบบการแสดง
  • nofollow in head links ถึง target _blank in readmore links : เป็น ตัวกำหนดว่าว่าให้ลิงค์ต่างๆเป็น Nofollow (ให้บอทไปอย่างเดียว) และกำหนดให้ลิงค์แต่ละลิงค์เป็น target _blank (เปิดในหน้าต่างใหม่)
  • News text limit type: เลือกประเภทของการกำหนดคำ
  • Maximal amount of words or characters : กำหนดจำนวนเนื้อหาข่าวที่จะให้แสดงในโมดูล
  • Maximal amount of characters in title : กำหนดจำนวนตัวอักษรที่จะให้แสดงชื่อเรื่อง
  • Max. amount of chars in list element title : กำหนดจำนวนตัวอักษรชื่อเรื่องที่จะแสดงบนรายการลิงค์
  • Max. amount of chars in list element text: กำหนดจำนวนตัวอักษรเนื้อหาที่จะแสดงบนรายการลิงค์
  • Clean (X)HTML in content : ทำความสะอาด (X)Html ในบทความแนะนำให้ปรับเป็นเปิดการใช้งาน
  • Plugin support : หากคุณต้องการใช้รูปใน Phto Slide ในโมดูลนี้ต้องเปิดการใช้งาน
  • Use only plugin images: เปิดใช้งานหากคุณต้องการใช้ปลั๊กอินสำหรับ ภาพ เท่านั้น
  • News image height : กำหนดความสูงของรูปเช่น 100px
  • News image width : กำหนดความกว้างของรูปเช่น 100px
  • News image margin: กำหนดระยะห่างระหว่างขอบของรูปภาพที่ถึงเส้นกรอบ
รูปตัวอย่างการตั้งค่าแบบมี List Link

เมื่อตั้งค่าต่างๆเสร็จแล้วให้เพื่อน Save ไว้ครับและไปต่อกันที่ Components >> Photoslide GK2  >> Plugin >> Install Plugin และทำการติดตั้งไฟล์ plg_news_pro_gk1.zip  ที่อยู่ในโฟลเดอร์ plugin_for_photoslide_gk2
สำหรับใครที่ไม่มี Photoslide GK2 หรือไม่รู้ว่ามันคืออะไรให้ดาวน์โหลไฟล์ได้ที่ Download PhotoSlide GK2
News Pro GK1

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วให้ติ๊ดเครื่องหมายถูกหน้าช่องปลั๊กอินที่ติดตั้ง และ เลือกที่ Enble Plugin เพื่อเปิดการใช้งานครับ

News Pro GK1

ต่อไปให้้เราไปที่ Components >> Photoslide GK2  >> Group และเลือกที่ Add Group

News Pro GK1

เมื่อเข้ามาแล้วให้ตั้งค่าต่างๆครับ เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วให้คลิก Group ที่เราทำการสร้างขึ้นมาครับ

News Pro GK1

เมื่อเข้ามาแล้วเราจะทำการ Add Slide กันนะครับโดยผมจะเปลี่ยนรูปหน้าบทความจากรูปปกติเป็นอีกรูป

News Pro GK1

ใส่ข้อมูลลงไปครับแระเลือกข่าวที่เราต้องการเปลี่ยนรูปที่จะโชว์ในโมดูล เมื่อเสร็จแล้วให้ Save

News Pro GK1

คราวนี้ออกมาดูทางด้านหน้าเว๊บไซต์กันครับ จะเห็นว่ารูปข่าวการเมืองผมกลายเป็นผู้หญิงน่ารักซะงั้น

News Pro GK1

แต่พอคลิกเข้าไปจะกลายเป็นรูปปกติครับ

News Pro GK1
บทความนี้เป็นการแนะนำพื้นฐานการตั้งค่านะครับเพื่อนๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในโฟลเดอร์ Doc !! และสามารถดูตัวอย่างแต่ละแบบได้ที่ New Show Pro Demo

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

โมดูลเก็บสถิติผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Vinaora Visitors Counter

compat_10 compat_15_native ext_mod



Vinaora Visitors Counter โมดูลสำหรับเก็บสถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ หน้าตาของโมดูล ก็ตามรูปข้างบนเลยครับ เก็บสถิติเป็นรายวัน รายอาทิตย์รายเดือน เก็บทั้งหมด สามารถกำหนดการแสดงผลได้ด้วย มีรูปแบบของการแสดงผลแบบตัวเลขให้เลือกหลายอย่าง เก็บรายละเอียดของผู้เยี่ยมชมด้วย เช่น หมายเลขไอพี บราว์ดเซอร์ ระบบปฏิบัติการ โมดูลตัวนี้จะเก็บรายละเอียด ผู้เข้าเยี่ยมชมทั้งหมดลงไว้ในฐานข้อมูล มีให้เลือกดาวน์โหลดทั้งเวอร์ชั่น joomla 1.0 และ joomla 1.5



รูปแบบของตัวเลขแสดงสถิติ เลือกได้หลายแบบ
การติดตั้งก็เพีัยงดาวน์โหลด โมดูล มาแล้วทำการติดตั้งแบบปกติ (หากต้องการศึกษาเรื่องการติดตั้ง extensions เพิ่มเติมได้ที่นี่)
เมื่อติดตั้งก็กำหนด Position ให้วางตรงตำแหน่งไหนให้เหมาะสมกับเว็บคุณ

ส่วนการตั้งค่าตัวโมดูล ใช้ไม่ยากครับ ลองปรับแต่งกันดู

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

ความเข้าใจผิดบางประการเกี่ยวกับ Joomla!

ต่อไปนี้ผมจะเล่าให้ฟังถึง ความเชื่อผิดๆ และความเข้าใจผิดบางประการเกี่ยวกับ Joomla!? ซึ่งคุณอาจจะอ่านพบตอนท่องเว็บไปตามฟอรัมต่างๆ นะครับ


Joomla! เหมาะสำหรับไซท์เล็กๆ เท่านั้น

จริงๆ แล้วมีเว็บไซท์ขนาดใหญ่มากมายที่ใช้ Joomla! และลูกค้าหลายรายที่เราให้คำปรึกษา กำลังใช้ Joomla! สร้างเว็บไซท์ให้กับสินค้าดังๆ ระดับข้ามชาติเลยทีเดียว แต่โดยทั่วไปแล้วเว็บไซท์พวกนี้จะถูกดัดแปลงปรับปรุงไปจนจำไม่ได้? ดังนั้นเมื่อมองจากภาพนอกแล้วจะไม่รู้เลยว่าใช้ซอฟต์แวร์อะไรทำเว็บไซท์นั้น นอกจากนี้ยังมีเหตุผลที่ดีที่ควรปล่อยให้เป็นเช่นนั้น เพราะจะยิ่งทำให้มีแฮคเกอร์น้อยลงไปอีกที่จะล่วงรู้ถึงระบบของคุณ โดยทั่วไปแล้วเว็บไซท์ที่สำคัญนั้น นักพัฒนาเว็บไซท์จะพยายามซ่อนเทคโนโลยีที่พวกเขาใช้ไม่ใช้คนอื่นรู้ และประการสุดท้าย พวกนักพัฒนาพวกนี้มักยุ่งเกินกว่าที่จะไปพูดคุยบอกเล่าตามฟอรัมต่างๆ


การใช้ Legacy mode เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อเว็บไซท์ของคุณ

ปลั๊กอินสำหรับเอกซ์เทนชั่นเวอร์ชันเก่า (legacy plugin) เป็นเพียงแค่เปลือกบางๆ เท่านั้น โดยมันทำงานหลอก extension รุ่นเก่าให้คิดว่าพวกมันกำลังทำงานบน Joomla! 1.0.x.? แต่นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว มันไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรให้กับระบบ หรือต่อ extension อื่นๆ แต่อย่างไร และแทบจะไม่ได้ลดการใช้หน่วยความจำลง หรือมีผลต่อประสิทภาพโดยรวม อย่างไรก็ตามพวกนักพัฒนา extension ได้ใช้ความจริงข้อที่ว่า extension ของพวกเขาเป็นเวอร์ชัน 1.5 แท้ มาใช้ทางการตลาด สร้างภาพกันเสียจนทำให้ legacy mode กลายเป็นสิ่งเลวร้ายไป แต่เรื่องนี้ในทางกลับกันทำให้นักพัฒนาบางคนทำ extension หลอกขึ้นมา: นั่นก็คือเป็น extensions ของเวอร์ชั่น 1.0 ซึ่งไม่ต้องการ legacy mode แต่มีการใส่ชุดคำสั่งไลบราลีเก่าไว้ในแพ็คเก็จของตน

แน่นอนว่ามีข้อ ได้เปรียบอยู่มากในการใช้ extension รุ่นเดียวกัน (หรือเป็น native extention) แต่ส่วนตัวผมยินดีจะเลือกใช้ extension ของเวอร์ชันเดิมที่มีความมั่นคง ทำงานได้ดี และปลอดภัยกว่า มากกว่าที่จะใช้ native extention ที่ไม่ค่อยเข้าท่า

Joomla! มี SEO ไม่เพียงพอ

SEO ของเว็บไซท์เป็นสิ่งที่คุณจะต้องทำมันขึ้นมา และไม่มีทูลใดจะมาทำมันให้กับคุณ เรื่อง Search engine optimization (SEO) ไม่ได้เป็นเรื่องไสยศาสตร์ Google และเจ้าอื่นๆ พยายามที่จะค้นหาเพ็จทำนองเดียวกับที่มนุษย์ทั่วไปทำ ดังนั้นพวกเขาก็จะมองดูเว็บไซท์อย่างเดียวกับที่คนทั่วไปดู เมื่อคุณมองดูหน้าเว็บคร่าวๆ คุณก็จะสังเกตสิ่งต่างๆ ได้แก่ชื่อหน้า, URL, หัวข้อเรื่อง เป็นต้น เมื่อพวกนี้มีคำที่ใช้อธิบายถึงข้อความเนื้อหา คุณก็จะเกิดความคิดว่าเว็บไซท์นั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร โดยไม่ต้องอ่านเนื้อหาจริงๆ ดัวยเหตุนี้ เนื้อหาเว็บที่มีการจัดโครงสร้างเป็นอย่างดี จะทำให้เว็บไซท์ของคุณถูกจัดลำดับดี มากกว่าที่ทูลใดๆ จะทำให้

แต่ แน่ละมีเรื่องของการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง: นั่นคือบริษัทต่างๆ พยายามขายทูล หรือเสนอบริการต่างๆ ให้กับคุณ บอกว่าจะช่วยให้คุณอยู่ในลำดับดีกว่าได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ขอยกตัวอย่าง? SEF URL? ที่? Joomla!? สร้างขึ้นมานั้น ก็ยิ่งกว่าพอเสียอีก ถ้าหากคุณเลือก aliases ได้อย่างเหมาะสม (แม้จะต้องยอมรับว่ามันสวยน้อยกว่าที่ทูลอื่นทำให้)


Joomla! เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป แต่ไม่เหมาะกับนักพัฒนา

เมื่อคุณเป็นนักพัฒนาเว็บที่สร้าง เว็บไซท์ให้ลูกค้า คุณอาจจะทำงานในโครงการใดสักสองเดือนก็เต็มที่แล้ว ภายหลังจากนั้น ผู้ใช้งานจริงจะเป็นคนดูแลเนื้อหาต่อไปนานนับปี ดังนั้นระบบ CMS ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน จึงเป็นสิ่งแรกที่คุณควรคำนึง? แค่ลองคิดดูสิว่าคุณจะต้องตอบโทรศัพท์ลูกค้าบ่อยครั้งแค่ไหน ถ้าหากลูกค้าของคุณประสบปัญหาในการทำงานกับระบบ

เรื่องที่เป็น ประวัติศาสตร์ไปแล้วก็คือ Joomla 1.0 มีโค้ดที่ไม่ค่อยเข้าท่า และมักจะต้องมีการแฮคเพื่อจะทำอะไรสักอย่าง และโดยทั่วไปแล้ว Joomla! มักจะมีชุมชนของผู้ใช้งานทั่วไป ในขณะที่โครงการอื่นเช่น Drupal ได้ดึงดูดนักพัฒนาจำนวนมากกว่าในช่วงแรก สิ่งนี้ทำให้เกิดความคิดสรุปว่า Drupal มีความเป็นมิตรกับนักพัฒนามากกว่า

อย่างไรก็ดีใน? Joomla! 1.5 หลายสิ่งหลายอย่าง -- หรือทุกสิ่ง! -- ได้เปลี่ยนไปสำหรับนักพัฒนา ใครก็ตามที่เห็นเป็นอื่นแสดงว่าไม่ได้มองเข้าไปถึงภายใน หรืออย่างน้อยก็ยังไม่ใช้งานนานพอที่จะตระหนักถึงศักยภาพเต็มที่ของมัน เฟรมเวอร์คใหม่นั้นเปี่ยมไปด้วยพลังและมีความยืดหยุ่นสูง และยังช่วยให้คุณสร้างแอพพลิเคชันแบบออปเจ็กท์ ที่เหมาะสมได้